ในการประชุมสัมนา International Experiences on Good Governance and Fighting Corruption เมื่อวันที่ February 17, 2000 ที่ Pimarnmek Room, 3rd Floor, The Grand Hotel Bangkok, [https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2013/04/ali.pdf]
Mr. Muhammed Ali รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ Corrupt Practices Investigation Bureau (CPIB) ของ Singapore ยังได้นำเสนอปัจจัยต่างๆที่ทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นของสิงคโปร์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยแบ่งปัจจัยทั้งหมดเป็นกลุ่มๆ ดังนี้
1.ปัจจัยด้านกฎหมาย(Legislative and Administrative Measures)
2.ให้ความรู้และข้อแนะนำ(Preventive Guidelines and Education)
3.มาตรการที่มีประสิทธิภาพ(Enforcement Actions)
4.บทบาทสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก(Role of External Agencies)
5.ได้รับความไว้วางใจและเชื่อถือจากสังคม(Public Trust)
ความสำเร็จของ CPIB ขึ้นกับปัจจัยต่างๆเหล่านี้
1.เจ้าหน้าที่ของ CPIB พร้อมรับข้อร้องเรียนและข้อมูลเกี่ยวกับคอรัปชั่นตลอดเวลา
2.การสอบสวนข้อร้องเรียนและข้อมูลเกี่ยวกับคอรัปชั่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว
3.กฎหมายเกี่ยวกับการปราบปรามคอรัปชั่นมีปรัสิทธิภาพอย่างมาก
4.ความตื่นตัวของสังคมที่มีระดับการศึกษาค่อนข้างสูง ทำให้มีแรงต้านการคอรัปชั่น มีการรายงานคอรัปชั่นโดยไม่เกรงกลัวอำนาจของรัฐ
5.มีการส่งเสริมให้เกิดวัฒนรรมต่อต้านคอรัปชั่น
6.เจ้าหน้าที่ได้รับค่าตอบแทนสูง จึงไม่เกิดแรงจูงใจจากสินบน
7.CPIB รายงานโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี
8.เจ้าหน้าที่ของ CPIB ได้รับเลือกจากหน่วยงานที่ได้รับความเชื่อถือ และจากประวัติส่วนตัวที่ได้รับการยกย่องในอดีต
เป็นที่ทราบกันดีว่า คงไม่มีประเทศใดในโลกที่ปราศจากคอรัปชั่น ต่างกันแต่มากหรือน้อยเท่านั้น
นอกเหนือจากปัจจัยภายในต่างๆที่ทำให้ CPIB ประสบความสำเร็จ CPIB ยังได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกอีกมาก
ประเทศสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการปราบปรามคอรัปชั่นอย่างมากด้วยปัจจัยเหล่านี้
1.ผู้นำทางการเมืองที่มีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามคอรัปชั่นอย่างแท้จริง
2.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามคอรัปชั่นมีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษที่ทำให้ผู้ที่ทำความผิดหรือคิดจะทำผิดเกรงกลัว ไม่คุ้มกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ
3.ได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าหน่วยงานราชการอย่างเต็มที่
4.การสืบสวนอย่างต่อเนื่องของ CPIB ในทุกกรณีโดยไม่มีการลำเอียงหรือเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ