หลายคนคงได้เห็นข่าวที่จะให้ตัวแทนแรงงานต่างด้าวเข้าไปเป็นกรรมการของคณะกรรมการประกันสังคม ทำให้มีคำถามว่าทำไมต้องให้คนต่างด้าวมากำหนดการบริหารการประกันสังคมของเราด้วย จึงเป็นที่น่าสนใจว่ามีการเก็บเบี้ยประกันจากแรงงานต่างด้าวเท่าไร ผลประโยชน์ที่แรงงานต่างด้าวจะได้รับเท่าไร โดยทั่วไปเบี้ยประกันมักจะแปรผันตามผลประโยชน์ที่จะได้รับ ไปพบในเวปไซท์ของ www.doe.go.th หัวข้อ”การเข้าระบบประกันสังคมของแรงงานต่างด้าว” ตามที่แสดงข้างล่างนี้

ที่มา: https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/nakhonnayok_th/9e5fa4c6f2fe905cb1bb17cedf03273b.pdf
จากหัวข้อดังกล่าว เข้าใจได้ว่าแรงงานต่างด้าวจะต้องเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 ข้อ ดังนี้
สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายและเข้าร่วมระบบประกันสังคม มีสิทธิได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ใน 7 กรณีเช่นเดียวกับแรงงานคนไทย โดยสิทธิประโยชน์เหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน
สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมแรงงานต่างด้าว
1. กรณีเจ็บป่วย
- สิทธิที่ได้รับ:
- เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่เลือกไว้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
- ครอบคลุมทั้งการรักษาโรคทั่วไปและอุบัติเหตุ
- รวมถึงค่าห้องพักผู้ป่วย ค่าอาหาร และค่ายา
- เงื่อนไข:
- ใช้สิทธิได้ทันทีหลังจากเริ่มส่งเงินสมทบ
2. กรณีคลอดบุตร
- สิทธิที่ได้รับ:
- เงินค่าคลอดบุตรจำนวน 15,000 บาทต่อครั้ง (ไม่เกิน 2 ครั้ง)
- เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร (50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน)
- เงื่อนไข:
- ต้องส่งเงินสมทบครบ 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนคลอด
3. กรณีทุพพลภาพ
- สิทธิที่ได้รับ:
- การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง
- เงินทดแทนรายเดือนตลอดชีวิตในกรณีที่ไม่สามารถทำงานได้ (50% ของค่าจ้างเฉลี่ย)
- เงื่อนไข:
- ใช้สิทธิได้ทันที โดยไม่ต้องมีระยะเวลาการส่งเงินสมทบขั้นต่ำ
4. กรณีเสียชีวิต
- สิทธิที่ได้รับ:
- เงินค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท
- เงินสงเคราะห์ครอบครัว (กรณีส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข)
- เงื่อนไข:
- ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องยื่นเรื่องรับสิทธิประโยชน์
5. กรณีสงเคราะห์บุตร
- สิทธิที่ได้รับ:
- เงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 800 บาทต่อบุตรหนึ่งคน (ไม่เกิน 3 คน)
- เงื่อนไข:
- บุตรต้องมีอายุไม่เกิน 6 ปี
- ต้องส่งเงินสมทบครบ 12 เดือนภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนยื่นขอรับสิทธิ
6. กรณีชราภาพ
- สิทธิที่ได้รับ:
- เงินบำนาญชราภาพ (กรณีส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน)
- เงินบำเหน็จชราภาพ (กรณีส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน)
- เงื่อนไข:
- อายุครบ 55 ปี และหยุดทำงาน
7. กรณีว่างงาน
- สิทธิที่ได้รับ:
- เงินชดเชยในกรณีถูกเลิกจ้าง (50% ของค่าจ้างเฉลี่ย นาน 6 เดือน)
- เงินชดเชยกรณีลาออก (30% ของค่าจ้างเฉลี่ย นาน 3 เดือน)
- เงื่อนไข:
- ส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน
เงื่อนไขสำคัญของการใช้สิทธิประโยชน์
- แรงงานต่างด้าวต้องส่งเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคมอย่างต่อเนื่องตามกฎหมาย
- ต้องเลือกโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมเพื่อใช้สิทธิรักษาพยาบาล
- สิทธิในแต่ละกรณีมีระยะเวลาการส่งเงินสมทบที่กำหนดไว้ ควรตรวจสอบข้อมูลกับนายจ้างหรือติดต่อสำนักงานประกันสังคม
เงื่อนไขการคุ้มครองของประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคมเช่นเดียวกับแรงงานคนไทย อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและระยะเวลาการส่งเงินสมทบในแต่ละกรณี ซึ่งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวควรทราบเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
เงื่อนไขการคุ้มครองประกันสังคมแรงงานต่างด้าว
1. คุณสมบัติของแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการคุ้มครอง
- ต้องเป็นแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย อย่างถูกกฎหมาย
- มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- มีเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) หรือหนังสือเดินทาง (Passport)
- ต้องทำงานในบริษัท ห้างร้าน หรือสถานประกอบการที่นายจ้างจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
2. เงื่อนไขการเข้าระบบประกันสังคม
- นายจ้างต้องแจ้งขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเข้าระบบประกันสังคม ภายใน 30 วัน หลังจากแรงงานเริ่มทำงาน
- แรงงานต่างด้าวและนายจ้างต้องร่วมกันส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราที่กำหนด ดังนี้:
- นายจ้างสมทบ 5%
- ลูกจ้าง (แรงงานต่างด้าว) สมทบ 5%
- รัฐบาลสมทบ 2.75%
3. ระยะเวลาส่งเงินสมทบและการใช้สิทธิในแต่ละกรณี
| กรณี | ระยะเวลาส่งเงินสมทบก่อนใช้สิทธิ | หมายเหตุ |
| เจ็บป่วย | ใช้สิทธิได้ทันทีหลังเริ่มส่งเงินสมทบ | สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่เลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย |
| คลอดบุตร | ส่งสมทบครบ 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนคลอด | รับเงินช่วยคลอดและค่าชดเชยรายได้ |
| ทุพพลภาพ | ใช้สิทธิได้ทันที | ครอบคลุมค่ารักษาและเงินช่วยเหลือรายเดือน |
| เสียชีวิต | ใช้สิทธิได้ทันที | ครอบคลุมเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว |
| สงเคราะห์บุตร | ส่งสมทบครบ 12 เดือน ใน 36 เดือนก่อนยื่นขอ | ได้รับเงินช่วยเหลือบุตรเดือนละ 800 บาทต่อบุตร 1 คน (ไม่เกิน 3 คน) |
| ว่างงาน | ส่งสมทบครบ 6 เดือน ใน 15 เดือนก่อนว่างงาน | ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง |
| ชราภาพ | ส่งสมทบครบ 180 เดือน | ได้รับเงินบำนาญหรือเงินบำเหน็จชราภาพ |
4. กรณีที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง
- แรงงานต่างด้าวที่ทำงาน โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกกฎหมาย จะไม่ได้รับสิทธิในระบบประกันสังคม
- หากนายจ้างไม่ส่งเงินสมทบให้สำนักงานประกันสังคม แรงงานต่างด้าวอาจเสียสิทธิในการรับความคุ้มครอง
- สิทธิในการรักษาพยาบาลจะไม่ครอบคลุมโรคหรืออาการที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของประกันสังคม

ที่มา สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
แรงงานต่างด้าว ก็ต้องส่งประกันสังคม
แรงงานต่างด้าวอยู่ไทยต้องส่งประกันสังคม
พร้อมดูแลสวัสดิการ-สิทธิประโยชน์แรงงานต่างด้าว แต่ต้องขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารที่ต้องใช้
สำหรับ ลูกจ้างชาวต่างชาติ/ต่างด้าว/บุคคลที่ราบสูง
1. กรอกแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สปส.1-03
2. สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือ เอกสารแสดงตัวแทนหนังสือเดินทาง
3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
4. สำเนาเอกสารการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวกรณีพิเศษ (Smart Visa)
กรณีขึ้นทะเบียนผู้ประกัน ต่างด้าว/ต่างชาติ ที่มี Smart Visa นายจ้างยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสามารถใช้ Smart Visa แทนใบอนุญาตการทำงานได้
โดยจะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี
– ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
– คลอดบุตร
– ทุพพลภาพ
– เสียชีวิต
– สงเคราะห์บุตร
– ชราภาพ
– ว่างงาน
บทความของ นาวาตรีวิทวัส กู้ประเสริฐ, ผู้อํานวยการ สํานักงานประกันสังคมจังหวดชลบุรี ซึ่งให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจในบทความชื่อ”การประกันสังคมของแรงงานต่างด้าว” ตีพิมพ์ในนิตยสารของสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย (PAAT Journal Vol. 3 No. 5, June 2021) ตัวอย่างความเห็นในบทความดังกล่าว เช่น
“2. การให้สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรนั้น อาจมีความหมายถึงการที่รัฐมีนโยบายให้
แรงงานต่างด้าวสามารถมีครอบครัว หรือสร้างครอบครัวได้ในราชอาณาจักร ซึ่งมีความแตกต่างกับบาง
ประเทศเช่น มาเลเซียนั้นแรงงานต่างด้าวในระดับแรงงานทั่วไปมิใช่ระดับผู้เชี่ยวชาญนั้น สามารถนําครอบครัว
มาได้แต่หากตั้งครรภ์ต้องกลับไปคลอดยังประเทศต้นทาง เพื่อตัดความรับผิดชอบในการให้ความคุ้มครอง
หรือการสงเคราะห์ซึ่งถือเป็นนโยบายคุ้มครองเฉพาะคนในชาติหรือคนท้องถิ่น”
“7. การให้สิทธิประโยชน์กรณีว่างาน ในกรณีนี้นักกฎหมายได้กําหนดให้ผู้ประกันตน
จะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนและต้องอยู่ภายในระยะเวลาสิบห้าเดือนก่อนการว่างงาน จึง
จะเกิดสิทธิ (มาตรา 78) ในกรณีนี้มีข้อสังเกตที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากกฎหมายได้กําหนดเกี่ยวกับทั้งการฝึก
อาชีพและการเสนองานให้แก่ผู้ประกันตน จึงเป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่า จะเป็นการเหมาะสมหรือไม่ที่ต้องฝึก
อาชีพและการจัดหางานให้กับคนต่างด้าว นอกจากนี้สัญญาจ้างแรงงานมีข้อกําหนดของระยะเวลาในการ
ทํางานและเป็นไปตามลักษณะงาน ครั้นเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง ลูกจ้างแรงงานต่างชาติก็จะต้องเดินทางกลับ
ประเทศต้นทางมิใช่เป็นภาระให้กับรัฐผู้ต้องรับผิดชอบ มิฉะนั้น จะทําให้สิทธิประโยชน์ในการว่างงานของ
แรงงานต่างด้าวนั้น กลายเป็นสิทธิประโยชน์เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง”
สำหรับท่านที่สนใจอ่านเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/322
…………………………………………..
















