หลายคนคงจะรู้สึกแปลกใจว่าทำไม ในปี ค.ศ. 2024 สิงคโปร์ยังคงครองอันดับ 3 ของโลกด้วยคะแนน 84 ในด้านดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption perceptions index, CPI) แต่อันดับของไทยอยู่ที่ 107 ด้วยคะแนน 34 (https://www.transparency.org/en/cpi/2024) และคงอยากทราบว่าสิงคโปร์ทำอย่างไรในการจัดการกับปัญหาเหล่านั้น
ก่อนอื่น มาดูกันว่าสิงคโปร์ประสบปัญหาอะไรมาบ้าง ก่อนจะมาถึงจุดนี้ จากการค้นหาบนเวปไซท์ พบว่ามีการนำเสนอประสบการณ์ในสิงคโปร์ โดย Mr. Muhammed Ali รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ Corrupt Practices Investigation Bureau ของ Singapore ได้นำเสนอประเด็นปัญหาที่สิงคโปร์เคยประสบมาไว้อย่างน่าสนใจมาก ในการประชุมสัมนา
International Experiences on Good Governance and Fighting Corruption เมื่อวันที่ February 17, 2000 ที่ Pimarnmek Room, 3rd Floor, The Grand Hotel Bangkok, [https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2013/04/ali.pdf] ซึ่งสรุปใจความสำคัญได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้:
1. กฎระเบียบที่ไม่เข้มข้นเพียงพอ ไม่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
2. ความยุ่งยากในการรวบรวมหลักฐานอันเนื่องมาจากกฎระเบียบที่อ่อนแอ ไม่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ทำให้ผู้กระทำความผิดหลุดพ้นจากการรับโทษ
3. ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงสิทธิของตนเอง จึงชินชาและเป็นเหยื่อของการกระทำที่ไม่เป็นธรรม
4. เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับค่าตอบแทนน้อย จึงหาช่องทางที่จะเพิ่มรายได้ให้ตนเองเพื่อยกระดับการครองชีพของครอบครัว
5. เจ้าหน้าที่ ของหน่วย CPIB มักจะเป็นเจ้าหน้าที่ชั่วคราวซึ่งถ่ายโอนมาจากหน่วยงานของตำรวจ ทำให้ขาดความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน อีกทั้งการถ่ายโอนมาปฏิบัติหน้าที่ระยะสั้นทำให้ขาดความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
ข้อสรุปข้างต้นนี้ อาจนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ใกล้ตัวของเรา เพื่อเป็นการศึกษาในการหาทางแก้ปัญหาต่อไป ถ้ามีโอกาสจะค้นหาคำแนะนำวิธีการแก้ปัญหามาเล่าสู่กันฟัง





















